Q3/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับลดลง 4% QoQ แต่ปรับเพิ่มขึ้น 212% YoY โดยส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบอ้างอิง (Crack Spread) ของผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ Crude Premium อ้างอิงกับน้ำมันดิบเดทเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 3.07 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ไตรมาสนี้ธุรกิจโรงกลั่นมี Inventory Gain 1,261 ล้านบาท ทางโรงกลั่นบางจากฯ ปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิต UCO (Unconverted Oil) เพื่อช่วยหนุนค่าการกลั่น และเพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยใน Q3/2564 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 111.4 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 93% ของกำลังการผลิตรวม

อัตราการผลิตเฉลี่ย

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

Q3/2564 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.07
Oil Hedging -1.240
Inventory Gain / Loss* 3.72
Total GRM 5.54
* รวมกำไร/ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)

ค่าการกลั่นรวม

หน่วย : เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัทฯได้ดำเนินการกลั่นในรูปแบบ Complex Refinery ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 120,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรแครกกิ้ง (Hydro Cracking) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นและการบริหารจัดการค่าการกลั่น

Q3/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับลดลง 32% QoQ และ 27% YoY เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายรวมของธุรกิจการตลาดลดลง 11% QoQ และ 18% YoY จากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสามที่รุนแรงขึ้นจากสายพันธุ์เดลต้า ทำให้รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้นในไตรมาสนี้ โดยรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ขั้นสูงสุดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อีกทั้งค่าการตลาดรวมสุทธิต่อหน่วยปรับลดลง 17% QoQ และ 18% YoY เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยและราคาผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) ปรับเพิ่มขึ้น ณ สิ้น Q3/2564 มีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน 1,253 สถานี

ปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ค่าการตลาดรวม

หน่วย : บาทต่อลิตร

ส่วนแบ่งการตลาด (ช่องทางค้าปลีก)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านสถานีบริการทั่วประเทศที่มากถึง 1,253 สถานี ภายใต้แบรนด์ “บางจาก”

Q3/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 18% QoQ และ 4% YoY จากปริมาณจำหน่ายกระแสไฟฟ้าสูงขึ้น 56% QoQ และ 9% YoY โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำในสปป.ลาวที่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 150 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในประเทศอินโดนีเซีย

รวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า

หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

การจัดตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นำมาซึ่งความหลากหลายในแหล่งที่มาของรายได้เพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ

Q3/2564:
ธุรกิจไบโอดีเซล

  • ไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณการจำหน่าย B100 ที่ปรับลดลง แต่กำไรขั้นต้นใกล้เคียงกับ Q2/2564 เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในช่วงที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับเพิ่มขึ้น และรายได้จากการจำหน่ายกลีเซอรีนบริสุทธิ์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามกำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 11% YoY จากรายได้จากการจำหน่ายกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ในขณะที่ Q3/2563 ยังไม่ได้มีการจำหน่ายกลีเซอรีนบริสุทธิ์

Q3/2564:
ธุรกิจเอทานอล

  • กำไรขั้นต้นปรับลดลง 48% QoQ และ 82% YoY โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลที่ปรับลดลง นอกจากนี้ผลการดำเนิน YoY ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากราคาขายเอทานอลไม่สามารถปรับได้ทันกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลดลงอย่างมาก

    BBGI ได้มีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 216.60 ล้านหุ้น คิดเป็น 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดในครั้งนี้ มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 5.00 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจ การลงทุนโครงการในอนาคต ชำระคืนเงินกู้เดิม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวีย

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

บริษัทได้ส่งเสริมการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมัน

Q3/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น >1,000% ทั้ง QoQ และ YoY โดยหลักมาจากการที่ไตรมาสนี้กลุ่มบริษัทฯ เปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนใน OKEA จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลการดำเนินงานจากวิธีรับรู้ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) เป็นวิธีการจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ส่งผลให้ในไตรมาสนี้กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติมี EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ อีกทั้งมีการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท BCP Energy International Pte. Ltd. (“BCPE”) 122 ล้านบาท ในส่วนของผลการดำเนินงานของ OKEA พบว่ามี EBITDA ปรับเพิ่มขึ้น 158% QoQ และ 622% YoY เนื่องจากรายได้จากการขายน้ำมันดิบและก๊าซปรับเพิ่มขึ้น จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ปริมาณการจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต จากการที่ในไตรมาสนี้ไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน

การผลิต (สัดส่วนของ OKEA)

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

บริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 45.98 ในบริษัท OKEA AS ซึ่งทำธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน ในฐานะบริษัทร่วม และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OKEA