Q2/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับลดลง 18% QoQ แต่ปรับเพิ่มขึ้น 352% YoY โดยหลักมาจากในไตรมาสนี้มี Inventory Gain 1,171 ล้านบาท ปรับลดลงจาก Q1/2564 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในอัตราต่ำกว่าไตรมาสก่อน ในขณะที่ Q2/2563 มี Inventory Loss อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.18 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยมีสาเหตุมาจาก Crude Premium อ้างอิงกับน้ำมันดิบเดทเบรนท์ปรับลดลง รวมถึงส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบอ้างอิงของผลิตภัณฑ์ (Crack Spread) ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้น จากการที่โรงกลั่นบางจากฯ กลับมาเดินเครื่องตามปกติ หลังทำการหยุดซ่อมบำรุงตามวาระใน Q1/2564 ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยใน Q2/2564 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 107 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 89% ของกำลังการผลิตรวม ในส่วนของธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCP Trading Pte. Ltd. มีธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพิ่มขึ้น 30% QoQ และกำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเกรดกำมะถันต่ำ เนื่องจากหลายประเทศทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันฟื้นตัว

อัตราการผลิตเฉลี่ย

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

Q2/2564 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นพื้นฐาน 4.18
Oil Hedging -0.400
Inventory Gain / Loss* 3.81
Total GRM 7.60
* รวมกำไร/ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)

ค่าการกลั่นรวม

หน่วย : เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัทฯได้ดำเนินการกลั่นในรูปแบบ Complex Refinery ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 120,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรแครกกิ้ง (Hydro Cracking) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นและการบริหารจัดการค่าการกลั่น

Q2/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับลดลง 15% QoQ แต่ปรับเพิ่มขึ้น 14% YoY โดยหลักมาจากในไตรมาสนี้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ส่งผลให้มี Inventory Gain น้อยกว่าไตรมาสก่อน แต่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q2/2563 อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ราคาน้ำมันมันปรับเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงมีค่าการตลาดรวมสุทธิต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 17% QoQ จากผลของต้นทุนผลิตภัณฑ์ B100 ที่ปรับลดลง ร่วมกับนโยบายในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปรับลดลง 2% YoY เนื่องจากในช่วง Q2/2563 ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงรุนแรง ทำให้บริษัทฯ สามารถกำหนดราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการได้เหมาะสมกับต้นทุนผลิตภัณฑ์ ส่วนไตรมาสนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินนโยบายการบริหารจัดการต้นทุน ส่งผลให้ค่าการตลาดรวมสุทธิต่อหน่วยลดลงเล็กน้อย ทั้งนี้ปริมาณการจำหน่ายรวมของธุรกิจตลาดปรับลดลง 5% QoQ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสามตลอดทั้งไตรมาส แต่ปรับเพิ่มขึ้น 3% YoY จากการประกาศใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกแรกในช่วง Q2/2563 มีความเข้มงวดมากกว่าในไตรมาสนี้ อีกทั้งธุรกิจสายการบินเริ่มกลับมาเปิดเส้นทางบิน ส่งผลให้การจำหน่ายน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 363% YoY ทั้งนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2564 อยู่ที่ 15.9% ณ สิ้น Q2/2564 มีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน 1,247 สถานี

ปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ค่าการตลาดรวม

หน่วย : บาทต่อลิตร

ส่วนแบ่งการตลาด (ช่องทางค้าปลีก)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านสถานีบริการทั่วประเทศที่มากถึง 1,247 สถานี ภายใต้แบรนด์ “บางจาก”

BCPG Q2/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 2% QoQ และ 16% YoY จากปริมาณจำหน่ายกระแสไฟฟ้าสูงขึ้น 20% QoQ และ 25% YoY โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำในสปป.ลาวที่ปรับเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ อีกทั้งในช่วง Q3/2563 ได้เข้าลงทุนเพิ่มในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ จำนวน 4 โครงการ (กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 20 เมกะวัตต์) ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายไฟฟ้า YoY ปรับเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 157 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ในประเทศฟิลิปปินส์ 4 ล้านบาท และธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในประเทศอินโดนีเซีย 153 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงเดือนกรกฎาคมบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (“BCPG”) ได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) หรือ แบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ (Vanadium Redox Flow) โดยการซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy Inc.) วงเงิน 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ BCPG ในการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทนและระบบจัดเก็บพลังงานขนาดใหญ่ อีกทั้งเพื่อลดข้อจำกัดในด้านความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

รวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า

หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

การจัดตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นำมาซึ่งความหลากหลายในแหล่งที่มาของรายได้เพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ

Q2/2564:
ธุรกิจไบโอดีเซล

  • กำไรขั้นต้นลดลง 32% QoQ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบที่นำมาผลิตในไตรมาสนี้ยังไม่สามารถปรับได้ทันกับราคาขาย B100 ที่ปรับลดลง จากการที่ผลผลิตปาล์มทยอยออกสู่ตลาดตามฤดูกาล ในขณะที่กำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 67% YoY สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ B100 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยราคา B100 (ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน) ปรับสูงขึ้นถึง 40% YoY เนื่องจากในช่วง Q2/2563 ความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซลปรับลดลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกแรก

Q2/2564:
ธุรกิจเอทานอล

  • กำไรขั้นต้นลดลง 48% QoQ และ 73% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตอ้อยลดลงจากปัญหาภัยแล้งรุนแรง และจากปริมาณการส่งออกมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังในประเทศปรับสูงขึ้น อีกทั้งความต้องการใช้เอทานอลเกรดอุตสาหกรรมเพื่อนำไปผลิตเจลแอลกอฮอล์ปรับลดลง ซึ่งเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมมีราคาจำหน่ายสูงกว่าเกรดเชื้อเพลิง

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

บริษัทได้ส่งเสริมการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมัน

Q2/2564:

  • ผลการดำเนินงานดีขึ้น 786% QoQ และ 359% YoY เนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม OKEA เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้ OKEA มีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบและราคาก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น หลังการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 มีความคืบหน้าไปด้วยดี ทำให้หลายประเทศทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อีกทั้งในไตรมาสนี้มีการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของแหล่ง Yme ทั้งจำนวน เนื่องจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น และการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของหลุม Yme ส่งผลให้โครงการมีกระแสเงินสดดีขึ้น ทั้งนี้โครงการ YME จะเริ่มผลิตได้ตามแผนในช่วง 2H/2564 และจะเพิ่มกำลังการผลิตให้กับ OKEA 7,500 บาร์เรลต่อวัน โดยในปีแรกของการผลิตจะเพิ่มกำลังการผลิต 5,600 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับสูงขึ้นจากการประเมินรอบแรกที่ 4,900 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ OKEA มีแผนที่จะพัฒนาแหล่งแก๊ส Hasselmus ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ OKEA ทำหน้าที่เป็น Operator ของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และเป็นโครงการแรกที่จะเชื่อมต่อกับ production platform ของแหล่ง Draugen ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ใน Q4/2566

การผลิต (สัดส่วนของ OKEA)

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

บริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 46.09 ในบริษัท OKEA AS ซึ่งทำธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน ในฐานะบริษัทร่วม และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OKEA