Q2/2563:

  • ค่าการกลั่นยังอยู่ในระดับต่ำ ตามความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกที่ลดลง ในไตรมาสนี้มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันที่หายไปในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้ Crude Premium ปรับลดลงอย่างมีนัยสาคัญ ถึงแม้ส่วนต่างราคาน้ามันสาเร็จรูปและน้ำมันดิบอ้างอิงในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และด้วยความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่ลดลงทำให้โรงกลั่นต้องปรับลดกาลังการผลิตมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 89.3 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 74% ของกาลังการผลิตรวมของโรงกลั่น และจากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างรุนแรงตั้งแต่ปลาย Q1/2563 ต่อเนื่องมาใน Q2/2563 โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ทาให้ในไตรมาสนี้ ธุรกิจโรงกลั่นมี Inventory Loss 1,866 ล้านบาท (รวมกลับรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)) ในส่วนของธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCP Trading มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ามันเตาเกรดกำมะถันต่ำ ซึ่งตลาดยังคงมีความต้องการใช้ตามมาตรการ IMO ถึงแม้ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์จะปรับลดลง โดยส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเบนซิน เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัส COVID-19

อัตราการผลิตเฉลี่ย

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

Q2/63 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.93
Oil Hedging 0.001
Inventory Gain / Loss* -7.15
Total GRM -3.22
* รวมกำไร/ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)

ค่าการกลั่นรวม

หน่วย : เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัทฯได้ดำเนินการกลั่นในรูปแบบ Complex Refinery ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 120,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรแครกกิ้ง (Hydro Cracking) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นและการบริหารจัดการค่าการกลั่น

Q2/2563:

  • ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 797% QoQ และ 15% YoY เนื่องจากในไตรมาสนี้มี Inventory Gain จานวน 72 ล้านบาท (รวมกลับรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)) ขณะที่ไตรมาสก่อนหน้ามี Inventory Loss ถึงแม้ว่าปริมาณการจำหน่ายรวมของธุรกิจการตลาดลดลง 20% QoQ และ 26% YoY โดยส่วนใหญ่ลดลงจากการจำหน่ายน้ำมันผ่านตลาดอุตสาหกรรม เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่เริ่มกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงภาวะปกติในเดือนมิถุนายนหลังจากเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ค่าการตลาดสุทธิต่อหน่วยปรับเพิ่ม จากสัดส่วนการจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีค่าการตลาดสูงกว่าช่องทางตลาดอุตสาหกรรม ทั้งนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 15.6% โดยมีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน ณ สิ้น Q2/2563 ทั้งสิ้น 1,212 สาขา

ปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ค่าการตลาดรวม

หน่วย : บาทต่อลิตร

ส่วนแบ่งการตลาด (ช่องทางค้าปลีก)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านสถานีบริการทั่วประเทศที่มากถึง 1,212 สถานี ภายใต้แบรนด์ “บางจาก”

BCPG Q2/2563:

  • มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 34% QoQ โดยหลักมาจากการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศลาวและโครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการในประเทศลาวเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนรูปแบบจากเอลนีโญ (El Nino) กับสู่สภาวะปกติ (Neutral) รวมถึงการทยอยเข้าสู่ช่วงฤดูกาล (High Season) ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำในช่วงปลายไตรมาสที่ 2/2563 ประกอบกับในไตรมาสนี้เป็นไตรมาสแรกที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ “Nam San 3B” รับรู้ผลการดาเนินงานเต็มไตรมาส สำหรับโครงการในประเทศญี่ปุ่นเกิดจากปัจจัยด้านฤดูกาลที่ในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี ในขณะที่ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของโครงการ “ลมลิกอร์” ปรับลดลง เนื่องจากในไตรมาส 2 เป็นช่วงนอกฤดูกาล ความเร็วลมที่พัดผ่านที่ตั้งโครงการอ่อนตัวลง

รวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า

หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

การจัดตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นำมาซึ่งความหลากหลายในแหล่งที่มาของรายได้เพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ

Q2/2563:
ธุรกิจผลิตและจำหน่าย
ไบโอดีเซล

  • ผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง 69% QoQ โดยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ B100 ที่ลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายที่ลดลงเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันลดลงในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดลง แต่ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 80% YoY เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ B100 ที่ปรับขึ้นค่อนข้างมาก จากมาตรการของภาครัฐในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล โดยกาหนดให้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันเกรดหลัก ประกอบกับต้นทุนในการผลิตอื่นๆ ปรับลดลง และราคาผลิตภัณฑ์กลีเซอรีนในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 จะปรับลดลงก็ตาม

Q2/2563:
ธุรกิจผลิตและจำหน่าย
เอทานอล

  • ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 54% QoQ และ 203% YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์เอทานอลปรับตัวสูงขึ้น ตามความต้องการใช้เอทานอลเกรดอุตสาหกรรมเพื่อนำไปผลิตเจลแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคตามที่กรมสรรพสามิตอนุญาต ในส่วนของปริมาณการจำหน่ายรวมผลิตภัณฑ์เอทานอลเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย YoY จากผลกระทบของไวรัส COVID-19

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

บริษัทได้ส่งเสริมการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมัน

Q2/2563:

  • ผลการดำเนินงานดีขึ้น 105% QoQ เนื่องจากในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม OKEA ขณะที่ไตรมาสก่อนหน้ารับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน ถึงแม้ว่าในไตรมาสนี้ OKEA มีรายได้ลดลง จากผลกระทบของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลง อีกทั้งมีการเลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของแหล่งผลิต Draugen จากเดือนกันยายนมาเป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายลดลง แต่ในไตรมาสนี้รับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินโครนนอร์เวย์ (NOK) เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และมีการตั้งด้อยค่าลดลง

การผลิต (สัดส่วนของ OKEA)

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

บริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 46.32 ในบริษัท OKEA AS ซึ่งทำธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน ในฐานะบริษัทร่วม และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OKEA