Q1/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 302% QoQ และ 193% YoY โดยหลักมาจากไตรมาสนี้มี Inventory Gain จำนวน 2,180 ล้านบาท ขณะที่ Q1/2563 และ Q4/2563 มี Inventory Loss ถึงแม้ว่าค่าการกลั่นพื้นฐานจะปรับลดลงและยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในไตรมาสนี้มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 576 ล้านบาท หรือ 3.24 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นบางจากฯ มีการการหยุดซ่อมบำรุงตามวาระ ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยใน Q1/2564 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 64.9 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 54% ของกำลังการผลิตรวม และสัดส่วนการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซินลดลง ในส่วนของธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCP Trading Pte. Ltd. ถึงแม้จะมีธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลง แต่กำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันเตาเกรดกำมะถันต่ำและน้ำมันเบนซิน เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลาย

อัตราการผลิตเฉลี่ย

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

Q1/2564 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.24
Oil Hedging -0.040
Inventory Gain / Loss* 12.26
Total GRM 15.46
* รวมกำไร/ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)

ค่าการกลั่นรวม

หน่วย : เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัทฯได้ดำเนินการกลั่นในรูปแบบ Complex Refinery ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 120,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรแครกกิ้ง (Hydro Cracking) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นและการบริหารจัดการค่าการกลั่น

Q1/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 61% QoQ และ >1,000% YoY เนื่องจากไตรมาสนี้มี Inventory Gain ในขณะที่ Q1/2563 มี Inventory Loss ถึงแม้ว่าปริมาณการจำหน่ายรวมของธุรกิจการตลาดปรับลดลง 3% QoQ และ 13% YoY เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 โดยตลาดอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเนื่องจากอุตสาหกรรมการบินที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้การจำหน่ายน้ำมันเครื่องบินปรับตัวลดลงถึง 83% YoY ขณะที่ตลาดค้าปลีกได้รับผลกระทบไม่มากนัก ในส่วนของค่าการตลาดรวมสุทธิปรับลดลง 2% QoQ และ 4% YoY เนื่องจากบริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการให้เหมาะสมกับต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ B100 และผลิตภัณฑ์เอทานอลที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นตลอดทั้งไตรมาส อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีการบริหารจัดการการจำหน่ายในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปี 2564 โดยเลือกจำหน่ายผลิตภัณฑ์และช่องทางที่มีค่าการตลาดเหมาะสม จึงทำให้ค่าการตลาดรวมสุทธิต่อหน่วยปรับลดลงเล็กน้อย ทั้งนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมเดือนมกราคม – มีนาคม 2564 อยู่ที่ 15.9% (ตามข้อมูลกรมธุรกิจพลังงาน) และมีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน ณ สิ้น Q1/2564 ทั้งสิ้น 1,243 สถานี

ปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ค่าการตลาดรวม

หน่วย : บาทต่อลิตร

ส่วนแบ่งการตลาด (ช่องทางค้าปลีก)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านสถานีบริการทั่วประเทศที่มากถึง 1,243 สถานี ภายใต้แบรนด์ “บางจาก”

BCPG Q1/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 27% YoY เนื่องจากในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 140 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาสก่อนรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม สาเหตุหลักมาจากใน Q4/2563 ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการ Refinance วงเงินกู้เดิม 172 ล้านบาท ทั้งนี้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมปรับลดลง 34% QoQ โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าใน สปป.ลาวปรับลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำยังลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่เมื่อเทียบผลการดำเนินงาน YoY ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 40% จากการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ (กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 20 เมกะวัตต์) และการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ “Nam San 3B” (กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 45 เมกะวัตต์) อีกทั้งปริมาณน้ำในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เกิดภาวะแล้งมาก ส่งผลให้โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น

รวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า

หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

การจัดตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นำมาซึ่งความหลากหลายในแหล่งที่มาของรายได้เพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ

Q1/2564:
ธุรกิจไบโอดีเซล

  • กำไรขั้นต้นลดลง 47% QoQ และ 24% YoY เนื่องจากต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบที่นำมาผลิตในไตรมาสนี้ปรับเพิ่มขึ้น จากผลกระทบของภัยแล้งส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในไตรมาสนี้อยู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งปริมาณการจำหน่ายที่ปรับลดลงตามความต้องการใช้น้ำมันดีเซล จากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ที่กลับมาระบาดอีกครั้งตั้งแต่ช่วงปลาย Q4/2563

Q1/2564:
ธุรกิจเอทานอล

  • ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลปรับลดลง เนื่องจากประชาชนลดการเดินทางเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ลดลง กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25% QoQ จากการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ แต่ลดลง 21% YoY โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลที่ปรับลดลง

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

บริษัทได้ส่งเสริมการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมัน

Q1/2564:

  • ผลการดำเนินงานปรับลดลง 86% QoQ เนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม OKEA ลดลง โดยในไตรมาสนี้ OKEA มีรายได้ลดลง โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายแหล่งผลิต Draugen ลดลง ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดโลก อีกทั้งในช่วง Q4/2563 มีการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของแหล่ง Yme ในขณะที่ไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกรายการดังกล่าว นอกจากนี้การรับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจากไตรมาสก่อนค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการแปลงค่าเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ โดยเงินโครนนอร์เวย์ (NOK) เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ขณะที่ไตรมาสก่อนหน้าเงินโครนนอร์เวย์ (NOK) แข็งค่าขึ้น 10% สำหรับผลการดำเนินงาน YoY ปรับเพิ่มขึ้น 103% จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม OKEA เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ OKEA มีรายได้เพิ่มขึ้น และในช่วง Q1/2563 มีการตั้งด้อยค่าทรัพย์สิน จากราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลงอย่างมาก อีกทั้งมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินโครนนอร์เวย์เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้โครงการ Yme อยู่ระหว่างการเชื่อมต่อและทดสอบอุปกรณ์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ตามแผนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 โดยโครงการ Yme จะเพิ่มกำลังผลิตให้กับ OKEA 7,500 บาร์เรลต่อวัน โดยในปีแรกของการผลิตจะมีกำลังการผลิตที่ 4,900 บาร์เรลต่อวัน

การผลิต (สัดส่วนของ OKEA)

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

บริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 46.09 ในบริษัท OKEA AS ซึ่งทำธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน ในฐานะบริษัทร่วม และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OKEA