Q3/2563:

  • ผลการดำเนินงานยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน และค่าการกลั่น โดยในไตรมาสนี้มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 2.33 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล - ดูไบ (GO/DB) ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นมีสัดส่วนการผลิตมากที่สุด อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการต้นทุนในการผลิต โดยการจัดหาน้ำมันดิบได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด อีกทั้งมีการปรับสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งช่วยเพิ่มค่าการกลั่น และจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว โรงกลั่นจึงปรับเพิ่มกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 95.3 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 79% ของกำลังการผลิตรวมของโรงกลั่น ในไตรมาสนี้ธุรกิจโรงกลั่นมี Inventory Gain (รวมกลับรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ(NRV)) จำนวน 269 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น ในส่วนของธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCP Trading จำกัด มีธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรขั้นต้นปรับลดลง โดยหลักมาจากกำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันเตาเกรดกำมะถันต่ำตามมาตรการ IMO ปรับลดลง เนื่องจากอุปทานของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในตลาดปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

อัตราการผลิตเฉลี่ย

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

Q3/63 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นพื้นฐาน 2.33
Oil Hedging 0.220
Inventory Gain / Loss* 0.97
Total GRM 3.52
* รวมกำไร/ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)

ค่าการกลั่นรวม

หน่วย : เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัทฯได้ดำเนินการกลั่นในรูปแบบ Complex Refinery ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 120,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรแครกกิ้ง (Hydro Cracking) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นและการบริหารจัดการค่าการกลั่น

Q3/2563:

  • ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น โดยปริมาณการจำหน่ายในส่วนของตลาดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 14% QoQ และ 3% YoY หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ ได้มีการผลักดันการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของตลาดอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบหลักจากความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ค่าการตลาดรวมสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย QoQ แต่เพิ่มขึ้น 15% YoY เนื่องจากสัดส่วนการจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกที่มีค่าการตลาดสูงกว่าการจำหน่ายผ่านตลาดอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้น ในไตรมาสนี้กลุ่มธุรกิจการตลาดมี Inventory Gain จำนวน 3 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมเดือนมกราคม - กันยายน 2563 อยู่ที่ 15.6% โดยมีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน ณ สิ้น Q3/2563 ทั้งสิ้น 1,223 สาขา

ปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ค่าการตลาดรวม

หน่วย : บาทต่อลิตร

ส่วนแบ่งการตลาด (ช่องทางค้าปลีก)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านสถานีบริการทั่วประเทศที่มากถึง 1,223 สถานี ภายใต้แบรนด์ “บางจาก”

BCPG Q3/2563:

  • ผลการดำเนินงานเติบโตเพิ่มขึ้นจากการขยายการลงทุนในโครงการต่างๆ โดยมีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 78% QoQ และ 227% YoY โดยหลักมาจากการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำในสปป.ลาวที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสาคัญ เนื่องจากในไตรมาส 3 เป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ ประกอบกับไตรมาสนี้บริษัท บีซีพีจี จากัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย “RPV” จำนวน 4 โครงการ (กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 20 เมกกะวัตต์) ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2563 โดยการลงทุนดังกล่าวช่วยชดเชยผลกระทบจากการเข้าสู่ฤดูฝน นอกจากนี้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท BCPG ได้อนุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนด้วยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1.3 พันล้านหุ้น คาดว่าจะได้เงินทุนเพิ่มราว 1.02 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นอกจากนี้เงินเพิ่มทุนบางส่วนจะถูกนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีอยู่ ทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

รวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า

หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

การจัดตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นำมาซึ่งความหลากหลายในแหล่งที่มาของรายได้เพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ

Q3/2563:
ธุรกิจผลิตและจำหน่าย
ไบโอดีเซล

  • ธุรกิจไบโอดีเซลมีกำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 53% QoQ และ 146% YoY เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ถึงแม้รายได้จากการขายจะปรับลดลงก็ตาม โดยมีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 เพิ่มขึ้น 7% QoQ ตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B10 ของบริษัท บางจากฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการกำหนดให้น้ามัน B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน แต่ปริมาณการจำหน่ายปรับลดลง 22% YoY เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อน รัฐบาลส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 แต่ในปี 2563 ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 เพิ่มขึ้น

Q3/2563:
ธุรกิจผลิตและจำหน่าย
เอทานอล

  • ธุรกิจเอทานอลมีผลการดำเนินงาน QoQ มีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ของบริษัท บางจากฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังการเปิดตัวแก๊สโซฮอล์ S EVO Family แต่ความต้องการใช้เอทานอลเกรดอุตสาหกรรมเพื่อนำไปผลิตเจลแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีราคาสูงกว่าเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงปรับลดลง จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง สำหรับผลการดำเนินงาน YoY ปริมาณการจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กำไรขั้นต้นปรับลดลง มีสาเหตุมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากใน Q3/2562 บริษัท KGI มีการปรับปรุงต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลลงมากกว่าในปีนี้ ตามการประกาศราคาเฉลี่ยกากน้าตาลที่จำหน่ายภายในประเทศ นอกจากนี้บริษัท บีบีจีไอ จากัด (มหาชน) ได้เข้าลงทุนในบริษัทซึ่งจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา และดำเนินธุรกิจในเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ ประเภท Bio-ingredients

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล: ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่าย

หน่วย : ล้านลิตร

บริษัทได้ส่งเสริมการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมัน

Q3/2563:

  • ผลการดำเนินงานลดลง 196% QoQ เนื่องจากในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม OKEA ขณะที่ไตรมาสก่อนหน้ารับรู้ส่วนแบ่งกำไร โดยในไตรมาสนี้ OKEA มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ามันดิบและราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลาย แต่มีการรับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจากไตรมาสก่อน อีกทั้งมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น มาจากสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของแหล่ง Yme เนื่องจากมีการเลื่อนแผนการผลิตและการใช้เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส ทั้งนี้ OKEA ได้เข้าร่วมทุนในแหล่งปิโตรเลียม Calypso และ Aurora (ที่อยู่ใกล้กับแหล่ง Draugen และ Gjoa ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและการผลิตจากการ synergy ร่วมกันได้) ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจและเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่การผลิตได้ในอนาคต โดย ณ สิ้น Q3/2563 มูลค่าตามบัญชีของเงินลงทุนใน OKEA มีมูลค่าใกล้เคียงกับมูลค่าตามราคาตลาด (Market value)

การผลิต (สัดส่วนของ OKEA)

หน่วย : พันบาร์เรลต่อวัน

บริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 46.32 ในบริษัท OKEA AS ซึ่งทำธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน ในฐานะบริษัทร่วม และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OKEA