โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery มีกำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลได้เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) รวมถึง ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตแทนการใช้น้ำมันเตา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการกลั่นน้ำมันในโครงการ 3E และ YES-R

บริษัท BCP Trading Pte. Ltd.

บริษัท BCP Trading Pte. Ltd. (BCPT) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ โดยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด

บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุน มีทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและบริหารจัดการเรือสำหรับกักเก็บน้ำมัน (Floating Storage Unit)

บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด

บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) มีทุนจดทะเบียน 3,660 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 4.95 จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการบริการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่สามารถส่งน้ำมันได้หลายชนิด (Multi Product Pipeline) โดยมีจุดเริ่มต้นของท่อที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก เดินท่อเลียบแนวพื้นที่ทางรถไฟไปยังคลังน้ำมันบริเวณช่องนนทรี ต่อไปยังคลังน้ำมันที่สนามบินดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่คลังน้ำมันที่อำเภอบางปะอินของบริษัทฯ และ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด โดยได้มีการเชื่อมต่อแนวท่อบริเวณมักกะสันกับระบบท่อของบริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด เพื่อจัดส่งน้ำมันอากาศยานให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับการพัฒนาโครงการขยายท่อส่งน้ำมันเพิ่มเติม จากอำเภอบางปะอินไปทางภาคเหนือสิ้นสุดที่จังหวัดลำปาง ได้รับความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้รับอนุญาตในการก่อสร้างวางระบบท่อขนส่งน้ำมันในพื้นที่ของหน่วยงานราชการๆ ที่เกี่ยวข้อง ครอบครอบคลุมการก่อสร้างทั้งหมดของโครงการฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างคลังนํ้ามันพิจิตรและลำปาง คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2562

กลุ่มธุรกิจการตลาด จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้กับผู้บริโภค ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,175 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 555 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 620 แห่ง (ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561) พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยธุรกิจเสริมต่างๆ ในสถานีบริการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท บางจากรีเทล จำกัด รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ก่อสร้าง และเกษตรกรรม

บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด

บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด (BGN) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.0 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในร้านใบจาก และร้านเลมอนกรีน

บริษัท บางจากรีเทล จำกัด

บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด (BCR) มีทุนจดทะเบียน800 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในด้านธุรกิจค้าปลีก โดยได้สิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ของแบรนด์ “SPAR” ซูเปอร์มาร์เกตจากเนเธอร์แลนด์ โดยปัจจุบันมีร้านค้าปลีกในแบรนด์ SPAR จำนวน 45 แห่ง ร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” และร้านกาแฟพรีเมียม “Inthanin Garden” จำนวนกว่า 522 แห่ง และธุรกิจเสริมอื่นๆ โดยในปี 2561 ได้ลงนามสัญญามอบสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ร้านกาแฟอินทนิลในกัมพูชาและลาว ให้แก่ บริษัท อาร์ซีจี รีเทล จำกัด (กัมพูชา)

บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจซื้อสินค้าเกษตร และพืชอินทรีย์อื่นๆ เพื่อแปรรูป ทำการตลาด จัดจำหน่าย และวิจัยพัฒนา

บริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยถือหุ้นร้อยละ 70.11 ในบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป๊นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า พลังงานสีเขียวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2561 BCPG มีกำลังการผลิต ดังนี้

  • โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 138.9 เมกะวัตต์ (ดำเนินการผลิตแล้วทั้งสิ้น)
  • โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 131.2 เมกะวัตต์ (ดำเนินการผลิตแล้ว 14.7 เมกะวัตต์)
  • โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 20.0 เมกะวัตต์ (ดำเนินการผลิตแล้ว 14.4 เมกะวัตต์)
  • โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 181.5 เมกะวัตต์ (ดำเนินการผลิตแล้ว 157.5 เมกะวัตต์)
  • ในปี 2561 BCPG ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ลมลิกอร์ จำกัด เพื่อเข้าลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมกำลังผลิต ไฟฟ้า ตามสัญญา 9.0 เมกะวัตต์ ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในกลางปี 2562

ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ สนับสนุนเกษตรกร และรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล โดยบริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ โดยถือหุ้นในบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) จัดตั้งขึ้นโดยการควบกิจการระหว่างบริษัท บีบีพี โฮลดิ้ง จำกัด (BBH) (บริษัทย่อยของบริษัทฯ) และบริษัท เคเอสแอล จีไอ จำกัด (KSLGI) (บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)) มีทุนจดทะเบียน 2,532 ล้านบาท และในเดือนเมษายน 2561 ได้จดทะเบียนแปลงสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นใน BBGI สัดส่วนร้อยละ 60 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของ BBGI มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,830,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็นกำลังการผลิตเอทานอล 900,000 ลิตรต่อวัน และไบโอดีเซล 930,000 ลิตรต่อวัน โดยมีบริษัทย่อย 4 บริษัท ดังนี้ ได้แก่ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด, บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด, บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด

บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) มีทุนจดทะเบียน 281.5 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบหลัก โดยพื้นที่โรงงานตั้งอยู่ติดกับคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตติดตั้ง 930,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด

บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85 ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยใช้มันสำปะหลังสดและมันสำปะหลังเส้นเป็นวัตถุดิบ มีกำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KGI มีทุนจดทะเบียน 610 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลโดยใช้กากน้ำตาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล ปัจจุบัน KGI มีโรงงานผลิตเอทานอลจำนวน 2 แห่ง ในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี กำลังการผลิต 200,000 ลิตรต่อวัน และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ KGI ยังมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเอทานอล

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) มีทุนจดทะเบียน 3,914.29 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 21.28 ตั้งอยู่ที่ อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยสามารถใช้มันสำปะหลังสด มันเส้น และกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ มีกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นแป้ง และมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งและเอทานอล

บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCPR จำกัด ขึ้นในประเทศไทยและ BCP Energy International Pte. Ltd. และ BCPR Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมีและทรัพยากรธรรมชาติ

บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมในต่างประเทศ โดยลงทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา

BCP Energy International Pte. Ltd.

BCP Energy International Pte. Ltd. (BCPE) มีทุนจดทะเบียน 112.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPE ได้เข้าลงทุนในบริษัท Nido Petroleum Pty. Ltd. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสามัญร้อยละ 100

BCP Innovation Pte. Ltd.

BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) มีทุนจดทะเบียน 41.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านนวัตกรรมในต่างประเทศ ด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบัน BCPI ลงทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสามัญร้อยละ 15.86

บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 บริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียน 661 ล้านบาท (แบ่งเป็น 6.61 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและลงทุนธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติ BCPR ได้เข้าลงทุนใน BCPR Pte. Ltd. ซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมเข้าลงทุนใน OKEA AS ที่ดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

Nido Petroleum Pty. Ltd.

Nido Petroleum Pty. Ltd. (Nido) ประกอบธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มุ่งเน้นการลงทุนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ถือสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ Nido, Matinloc ในประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงยังได้ถือสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการสำรวจ คือ West Linapacan ในประเทศฟิลิปปินส์ และสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการสำรวจคือ SC6B, SC14D, SC54A, SC54B, SC58 และ SC63 ในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 BCPE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นใน Nido Production (Galoc) Pty. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมในกลุ่มบริษัทที่ถือครองแหล่งน้ำมันดิบ Galoc อยู่ร้อยละ 55.8 กับ Tamarind Galoc Pte. Ltd. มูลค่าประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 660 ล้านบาท)

Lithium Americas Corp.

Lithium Americas Corp. (LAC) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2561 เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียม เพื่อผลิตเป็นลิเทียมคาร์บอเนตและลิเทียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่กำลังเติบโตอย่างมาก อาทิเช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาต่างๆ

ปัจจุบัน LAC อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเหมืองลิเทียม 2 แห่ง คือ ที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท Minera Exar S.A. คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2563 มีกำลังการผลิตลิเทียมคาร์บอเนต 25,000 ตันต่อปี และโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท Lithium Nevada Corp. โดยในวันที่ 2 สิงหาคม 2561 LAC ได้ประกาศผลการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของโครงการ ซึ่งระบุถึงปริมาณสำรองแร่, เงินลงทุนและต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือชื่อบริษัท RheoMinerals Inc. (เดิมชื่อ Hectatone Inc.) ดำเนินการผลิต Organoclay สำหรับงานขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2558 โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 10,000 ตันต่อปี

BCPR Pte. Ltd.

BCPR Pte. Ltd. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 มีทุนจดทะเบียน 18.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPR Pte. Ltd. ได้เข้าลงทุนในบริษัท OKEA AS ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศนอร์เวย์ ที่ดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

OKEA AS

OKEA AS เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศนอร์เวย์ ดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ โดย BCPR Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ถือหุ้นใน OKEA AS โดยคิดเป็นสัดส่วนการถือร้อยละ 49.33 ปัจจุบัน OKEA AS ได้ถือสิทธิในแหล่งน้ำมันดิบ Draugen Field และ Gjøa Field ในประเทศนอร์เวย์ และเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในแหล่ง Draugen ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561