โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นแบบ Complex Refinery มีกำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลได้เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) รวมถึงใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตแทนการใช้น้ำมันเตา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการกลั่นน้ำมันในโครงการ 3E โครงการ YES-R และโครงการ Rocket

บริษัท BCP Trading Pte. Ltd.

บริษัท BCP Trading Pte. Ltd. (BCPT) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ โดยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด

บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด (BONGKOT) เป็นบริษัทร่วมทุน มีทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและบริหารจัดการเรือสำหรับกักเก็บน้ำมัน (Floating Storage Unit)

บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด

บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) มีทุนจดทะเบียน 3,660 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 4.95 จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการบริการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่สามารถส่งน้ำมันได้หลายชนิด (Multi Product Pipeline) โดยมีจุดเริ่มต้นของท่อที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก เดินท่อเลียบแนวพื้นที่ทางรถไฟไปยังคลังน้ำมันบริเวณช่องนนทรี ต่อไปยังคลังน้ำมันที่สนามบินดอนเมือง และต่อไปยังที่คลังน้ำมันที่อำเภอบางปะอินของบริษัทฯ และ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ทั้งนี้ได้มีการเชื่อมต่อแนวท่อบริเวณมักกะสันกับระบบท่อของบริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด เพื่อจัดส่งน้ำมันอากาศยานให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้มีการพัฒนาโครงการขยายท่อส่งน้ำมันเพิ่มเติม จากอำเภอบางปะอินไปทางภาคเหนือสิ้นสุดที่คลังนํ้ามันพิจิตรซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2562 ในขณะที่แนวท่อส่งไปยังคลังน้ำมันลำปางอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง

กลุ่มธุรกิจการตลาด จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้กับผู้บริโภค ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,201 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 589 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 612 แห่ง (ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562) พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยธุรกิจนอนออยล์ต่างๆ ในสถานีบริการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ก่อสร้าง และเกษตรกรรม

บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด

บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด (BGN) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในร้านใบจาก และร้านเลมอนกรีน

บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด

บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด (BCR) มีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในด้านธุรกิจค้าปลีก โดยได้สิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ของแบรนด์ “SPAR” ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เกต จากเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกในแบรนด์ SPAR จำนวน 46 แห่ง ร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” จำนวน 600 แห่ง

บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจซื้อสินค้าเกษตร และพืชอินทรีย์อื่นๆ เพื่อแปรรูป ทำการตลาด จัดจำหน่าย และวิจัยพัฒนา

บริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยถือหุ้นร้อยละ 70.04 ในบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2562 BCPG มีกำลังการผลิตรวม 404 เมกะวัตต์

ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ สนับสนุนเกษตรกร และรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซลเกรดต่างๆ โดยบริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ผ่านการถือหุ้นในบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) จัดตั้งขึ้นโดยการควบกิจการระหว่างบริษัท บีบีพี โฮลดิ้ง จำกัด (BBH) (บริษัทย่อยของบริษัทฯ) และบริษัท เคเอสแอล จีไอ จำกัด (KSLGI) (บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)) มีทุนจดทะเบียน 2,532 ล้านบาท และในเดือนเมษายน 2561 ได้จดทะเบียนแปลงสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) และให้มีการจดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 3,615 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 216.6 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้นใน BBGI สัดส่วนร้อยละ 60 ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของ BBGI มีกำลังการผลิตรวม 2,000,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็นกำลังการผลิตเอทานอล 1,000,000 ลิตรต่อวัน และไบโอดีเซล 1,000,000 ลิตรต่อวัน โดยมีบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด, บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัดและ บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) มีบริษัทร่วม 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด

บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) มีทุนจดทะเบียน 281.5 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบหลัก โดยพื้นที่โรงงานตั้งอยู่ติดกับคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,000,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด

บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85 ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยใช้มันสำปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น น้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก มีกำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KGI มีทุนจดทะเบียน 610 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลโดยใช้กากน้ำตาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล ปัจจุบัน KGI มีโรงงานผลิตเอทานอลจำนวน 2 แห่ง ในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี กำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวัน และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ KGI ยังมีโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเอทานอล

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) มีทุนจดทะเบียน 3,914.29 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 21.28 ตั้งอยู่ที่ อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยสามารถใช้มันสำปะหลังสด มันเส้น และกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ มีกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นแป้ง และมีโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งและเอทานอล

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ เป็น 1 ใน 5 ธุรกิจหลัก ซึ่งจะดูแลและพัฒนาธุรกิจต้นน้ำของปิโตรเลียม และธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ขึ้นในประเทศไทย และ BCPR Pte. Ltd. และ BCP Energy International Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และได้ จัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม

BCP Energy International Pte. Ltd.

BCP Energy International Pte. Ltd. (BCPE) มีทุนจดทะเบียน 112.5 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPE ถือหุ้นในบริษัท Nido Petroleum Pty. Ltd. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100

Nido Petroleum Pty. Ltd.

Nido Petroleum Pty. Ltd. (Nido) ถือสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการสำรวจ คือ West Linapacan ในประเทศฟิลิปปินส์ และสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการสำรวจคือ SC6B, SC14D, SC54A, SC54B, SC58 และ SC63 ในประเทศฟิลิปปินส์

BCP Innovation Pte. Ltd.

BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) มีทุนจดทะเบียน 53.3 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับเหมืองแร่ลิเทียม ปัจจุบัน BCPI ลงทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสามัญร้อยละ 15.86

Lithium Americas Corp.

Lithium Americas Corp. (LAC) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียม เพื่อผลิตเป็นลิเทียมคาร์บอเนต ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่

ปัจจุบัน LAC อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเหมืองลิเทียม 2 แห่ง คือ ที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท Minera Exar S.A. มีกำลังการผลิตลิเทียมคาร์บอเนต 40,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ภายในปี 2564 และโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการพัฒนา

บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียน 661 ล้านบาท (แบ่งเป็น 6.61 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและลงทุนธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติ และได้เข้าลงทุนใน BCPR Pte. Ltd. ซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมเข้าลงทุนใน OKEA ASA ที่ดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

BCPR Pte. Ltd.

BCPR Pte. Ltd. จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 มีทุนจดทะเบียน 18.2 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPR Pte. Ltd. ได้เข้าลงทุนในบริษัท OKEA ASA ที่ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

OKEA ASA

OKEA ASA เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศนอร์เวย์ ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ โดย BCPR Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ปัจจุบันถือหุ้นใน OKEA ASA คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 46.52 โดย OKEA ASA ถือสิทธิในแหล่งน้ำมันดิบ Draugen, Gjøa, Ivar Aasen, Yme และ Grevling และถือสิทธิ์ในการสำรวจปิโตรเลียมอีกหลายแหล่งในประเทศนอร์เวย์ ทั้งนี้ OKEA ASA เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในแหล่ง Draugen และ Grevling

เพื่อมุ่งสู่การเป็นกลุ่มบริษัทนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำในเอเชียบริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนในด้านนวัตกรรมพลังงานใหม่ๆ เช่น ลิเทียมซึ่งนำมาใช้ผลิตแบตเตอรี่ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Cars) และการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based Products) ที่เดิมเน้นการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยในปี 2561 ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อย (Venture Capital) ขึ้นใหม่ จำนวน 4 บริษัท เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน และ/หรือลงทุนในธุรกิจ Startupในประเทศไทยที่ประกอบกิจการใน 10 กิจการที่รัฐต้องการสนับสนุนตามกฎหมาย และอีกหนึ่งบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์

บริษัท บีซีวี ไบโอเบส จำกัด (BCVB)

มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startupในประเทศไทยที่ประกอบกิจการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

บริษัท บีซีวี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (BCVE)

มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startupในประเทศไทยที่ประกอบกิจการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน

บริษัท บีซีวี อินโนเวชั่น จำกัด (BCVI)

มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startupในประเทศไทยที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรม

บริษัท บีซีวี พาร์ทเนอร์ชิพ จำกัด (BCVP)

มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startupในประเทศไทยที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมและมีความร่วมมือกับภาครัฐหรือภาคเอกชน

BANGCHAK VENTURES PTE. LTD.

BANGCHAK VENTURES PTE. LTD. จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ มีทุนจดทะเบียน 100,000 ดอลลาร์ สรอ. (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startupที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรม